เพลงนี้อาจตรงใจใครหลายๆคน ความรู้สึกนี้.....ใครก็ไม่อยากเจอ
วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552
ทายนิสัยจากต้นไม้ตามวันเกิด
ต้นไม้ที่เรารู้จักก็สามารถนำมาทำนายลักษณะนิสัยของคุณได้เหมือนกัน โดยดูจากวันเกิดของคุณและนำมาเทียบกับชื่อต้นไม้ของเรา คุณจะมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไรนะ ? สำหรับผู้ที่เกิดในช่วงระหว่างวันต่างๆ ดังนี้
23 Dec - 1 Jan ........................ APPLE TREE
2 - 11 Jan ........................ FIR TREE
12 - 24 Jan ........................ ELM TREE
25 Jan - 3 Feb ........................ CYPRESS TREE
4 - 8 Feb ........................ POPLAR TREE
9 - 18 Feb ........................ CEDAR TREE
19 - 28 Feb ........................ PINE TREE
1 - 10 Mar ........................ WEE PING WILLOW TREE
11 - 20 Mar ........................ LIME TREE
21 Mar ........................ OAK TREE
22 - 31 Mar ........................ HAZELNUT TREE
1 - 10 Apr ........................ ROWAN TREE
11 - 20 Apr ........................ MAPLE TREE
21 - 30 Apr ........................ WALNUT TREE
1 - 14 May ........................ POPLAR TREE
15 - 24 May ........................ CHESTNUT TREE
25 May - 3 Jun ........................ ASH TREE
4 - 13 Jun ........................ HORNBEAM TREE
14 - 23 Jun ................ ........ FIG TREE
24 Jun ........................ BIRCH TREE
25 Jun - 4 Jul ........................ APPLE TREE
5 - 14 Jul ........................ FIR TREE
15 - 25 Jul ........................ ELM TREE
26 Jul - 4 Aug ........................ CYPRESS TREE
5 - 13 Aug ........................ POPLAR TREE
14 - 23 Aug ........................ CEDAR TREE
24 Aug - 2 Sep ................... ..... PINE TREE
3 - 12 Sep ........................ WEEPING WILLOW TREE
13 - 22 Sep ........................ LIME TREE
23 Sep ........................ OLIVE TREE
24 Sep - 3 Oct ........................ HAZELNUT TREE
4 - 13 Oct ........................ ROWAN TREE
14 - 23 Oct ........................ MAPLE ! TREE
24 Oct - 11 Nov ........................ WALNUT TREE
12 - 21 Nov ........................ CHESTNUT TREE
22 Nov - 1 Dec ........................ ASH TREE
2 - 11 Dec ........................ HORNBEAM TREE
12 - 21 Dec ........................ FIG TREE
22 Dec ........................ BEECH TREE
เฉลย
APPLE TREE ก็เหมือนๆ กับต้นแอปเปิลนั่นแหละ สวยงาม เต็มไปด้วยเสน่ห์ ดึงดูด เฟิร์ทสุดๆ ชอบผจญภัย ค่อนข้าง อ่อนไหว เลยตกหลุมรักอยู่บ่อยๆ ชอบรักและให้คนอื่นรัก ถ้าเป็นคนรักก็จะเป็นประเภทอบอุ่น มีเมตตา มี ความสามารถพิเศษ และเต็มไปด้วยจินตนาการ
FIR TREE - The Mysterious เป็นคนที่มีรสนิยมแบบไม่ธรรมดา รักศักดิ์ศรี ชอบฝันกลางอากาศ ชอบสิ่งสวยงาม ขี้หงุดหงิดและดื้อรั้นอีก ต่างหาก ออกจะเป็นคนเชื่อในตัวเองมาก จะใส่ใจกับคนที่ใกล้ตัวมากเท่านั้น ถ้าเป็นคนรักก็จะเป็น ประเภทไม่เคยพอ มีคนรักและศัตรูเยอะพอกัน
ELM TREE - The Noble-Mindedness เป็นคนที่มีรูปร่างสวยงาม รสนิยมการแต่งกายดีเยี่ยม ไม่ค่อยจะให้อภัยใครซักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นคนที่ร่าเริง สนุกสนาน ชอบเป็นผู้นำ ไม่ชอบตาม ถ้าเป็นคู่รัก จะเป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ เป็นคนที่มีความคิดทัศนคติที่กว้างไกล สามารถต ัดสินใจแทนคนอื่นได้ เป็นคนที่มีอารมณ์ขัน และอยู่ในโลกของความจริง
CYPRESS TREE - The Faithfulness เป็นคนที่มีความแข็งแกร่ง ปรับตัวเก่ง รับความเป็นจริงของโลกได้ มองโลกในแง่ดี และต้องการเงินที่จะพาตัวเองไปสู่ความรู้ ไม่ชอบความโดดเดี่ยวอ้างว้าง เป็นคู่รักที่มีความต้องการโน่นต้องก ารนี่อยู่ตลอดเวลาไม่เคยพอ แต่ก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์ไว้ใจได้
POPLAR TREE - The Uncertainty ดูเป็นคนที่ชอบการตกแต่ง ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง จะมีแรงกำลังใจก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องสร้างให้มีจริงๆ เป็นคนที่ต้องการความตั้งใจและตั้งมั่นเป็นอย่างมาก ชอบอยู่ในสิ่งแวด ล้อมที่สวยงาม ช่างเลือกเลยมักจะโดดเดี่ยว มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ ออกไปในทางปรัชญา เป็นคนที่ไว้ใจได้และเป็นคู่รักที่ค่อนข้างเอาจริงเอาจัง ในเรื่องการใช้ชีวิตคู่
CEDAR TREE - The Confidence จะเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาไม่ค่อยสวย แต่รู้วิธีปรับตัว ชอบ
ความหรูหรา สุขภาพพลานามัยดี ( ข้อทดแทนที่คุ้มค่ากับความไม่สวย) ไม่ค่อยจะมีอาการอาย กระมิดกระเมี้ยน มั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่น แต่กลับไม่ค่อยอดทน มีความสามารถพิเศษเยอะ รอคอยรักแท้ และเป็นคนที่ตัดสินใจอะไรได้รวดเร็ว
PINE TREE - The Particularity เป็นคนที่ยอมอะไรได้ง่ายๆ แต่ก็รู้จักวิธีที่จะทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น เป็นคนที่มีความกระตือรือร้นไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับใครได้ง่ายๆ แต่กลับตกหลุมรักง่ายและเลิกง่ายด้วย (แปลกนะ ?)
WEEPING WILLOW TREE - The Melancholy เป็นคนที่สวยงามแต่เต็มไปด้วยความเศร้า ดึงดูดเพศตรงข้าม มีจิตใจเมตตา ชอบทุกสิ่งที่สวยงามและมีรสนิยม ชอบการเดินทาง ช่างฝัน ซื่อสัตย์ ดูเหมือนจะโดนครอบได้ง่าย แต่กลับยากที่จะมีชีวิตร่วมกับคนอื่น เป็นคนที่มีความตั้งมั่น มักจะเจ็บปวดทรมานเพราะความรัก แต่บางครั้งก็มีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ได้ถ้าเนื้อคู่มี ลักษณะความเป็นผู้นำ
LIME TREE - The Doubt เป็นคนที่ยอม รับความเป็นไปในชีวิต ไม่ค่อยชอบการต่อสู้แข่งขัน ไม่ชอบการเป็นลูกจ้าง ออกจะเป็นคนที่ขี้เกียจ บอบบาง แต่เสียสละเพื่อเพื่อนได้ มีพรสวรรค์และความสามารถเยอะแต่ไม่ดึงออกมาใช้ ชอบบ่นเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ขี้อิจฉา แต่ก็จงรักภักดี
HAZELNUT TREE - The Extraordinary เป็นคนที่มีเสน่ห์ เข้าอกเข้าใจคนอื่น รู้วิธีการที่จะสร้างความประทับใจ กระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคม เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น แต่ขี้หงุดหงิด เป็นคนรักที่ซื่อสัตย์ มั่นคงและเที่ยงตรงในการตัดสิน
ROWAN TREE - The Sensitivity เป็นคนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ร่าเริง มีพรสวรรค์ ไม่เป็นคนที่หลงตัวเอง แต่ชอบเรียกร้องความสนใจ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เป็นคนที่ต้องพึ่งพาคนอื่น แต่ขณะเดียวกันก็อยากเป็นอิสระ มีรสนิยม มีความสามารถทางศิลปะ เป็นเพื่อนที่ดี แต่มักไม่ให้อภัยใครง่ายๆ
MAPLE TREE - Independence of mind เป็นคนที่ไม่ธรรมดาเลย เต็มไปด้วยจินตนาการ ขี้อาย เก็บตัว แต่ทะเยอทะยาน หยิ่ง ชอบมี ประสบการณ์แปลกใหม่ แต่บางครั้งเป็นที่ประหม่า ซับซ้อน มีความทรงจำดีเรียนรู้อะไรได้ง่าย มีชีวิตรักที่ซับซ้อนและชอบสร้างความประทับใจ
WALNUT TREE - The Passion เป็นคนที่มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความตรงกันข้าม เป็นคนที่หลงตัวเอง ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัว มีการตอบโต้ที่คาดไม่ถึง มีความทะเยอทะยานไม่มีที่สิ้นสุด โอนอ่อนบ้างในบางครั้ง ขี้อิจฉา ไม่ค่อยอะลุ้มอล่วยอะไรง่าย เป็นจอมวางแผน อัจฉริยะ
CHESTNUT TREE - The Honesty เป็นคนที่สวยแปลกๆ (สวยแบบไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร) เป็นคนที่ไม่คิดจะสร้างจุดสนใจให้กับใคร มีความยุติธรรม เกิดมาเป็นนักการทูต เจรจาพาทีเก่าง แต่เป็นคนขี้โมโหและอ่อนไหว ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในตัวเอง หาคู่แท้ยากมาก
ASH TREE - The Ambition เป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด มีชีวิตชีวา ทำอะไรตามอารมณ์ ไม่ค่อยสนใจกับคำวิจารณ์ ทะเยอทะยาน ฉลาด เต็มไปด้วยความสามารถ เชื่อใจได้ เป็นคนรักที่ค่อนข้างระมัดระวัง ใช้สมองมากกว่าหัวใจในการจัดการกับความรัก แต่ก็ค่อนข้างเอาจริงเอาจังกับการใช้ชีวิตคู่
HORNBEAM TREE - The good taste เก๋ไก๋ มีเสน่ห์ มีรสนิยม ชอบความสะดวกสบายในชีวิต มีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันอารมณ์ ก็ขึ้นๆ ลงๆ ชอบฝันถึงการมีคนรักแบบประหลาด เลยไม่ค่อยจะแฮปปี้ในชีวิตคู่ ไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น และไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง
FIG TREE - The Sensibility เป็นคนเข้มแข็ง มีความตั้งมั่น ไม่ขึ้นกับใคร ไม่ชอบให้ใครต่อต้าน เป็นคนรักครอบครัว รักเด็กและสัตว์เลี้ยง มีอารมณ์ขัน มีความสามารพิเศษและฉลาด
OAK TREE - Robust nature เป็นคนกล้าหาญ เข้าแข็ง รุนแรง ไม่ขึ้นกับใคร ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ปักหลักในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่และเป็นนักปฏิบัติ
BIRCH TREE - The Inspiration เป็นคนมีช ีวิตชีวา ดึงดูดเพศตรงข้าม เป็นมิตร ไม่เสแสร้ง อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ชอบทำอะไรที่เกินตัวชอบชีวิตตามธรรมชาติ รักความสงบ ไม่ค่อยมีอารมณ์รุนแรง ความทะเยอทะยานก็ไม่ค่อยมี เต็มไปด้วยจินตนาการ
OLIVE TREE - The Wiadom เป็นคนอบอุ่น มีเมตตา เป็นคนมีเหตุมีผล มีความอดทนสูง ร่าเริง รักสงบ เป็นคนยุติธรรม ขี้สงสาร ไม่ขี้อิจฉา รักการอ่าน และเป็นเพื่อนของคนที่มีบุคลิกซับซ้อน
BEECH TREE - The Creative เป็นคนมีรสนิยมดี มักจะเป็นพะวงเรื่องการแต่งกายและวัตถุนิยม มีพื้นฐานชีวิตและอาชีพที่ดี มัธยัสถ์ เป็นผู้นำที่ดี มีช่วงเวลาที่วิเศษสุขในชีวิตเสมอ และยังคงความฟิตของร่างกายตลอดเวลา
23 Dec - 1 Jan ........................ APPLE TREE
2 - 11 Jan ........................ FIR TREE
12 - 24 Jan ........................ ELM TREE
25 Jan - 3 Feb ........................ CYPRESS TREE
4 - 8 Feb ........................ POPLAR TREE
9 - 18 Feb ........................ CEDAR TREE
19 - 28 Feb ........................ PINE TREE
1 - 10 Mar ........................ WEE PING WILLOW TREE
11 - 20 Mar ........................ LIME TREE
21 Mar ........................ OAK TREE
22 - 31 Mar ........................ HAZELNUT TREE
1 - 10 Apr ........................ ROWAN TREE
11 - 20 Apr ........................ MAPLE TREE
21 - 30 Apr ........................ WALNUT TREE
1 - 14 May ........................ POPLAR TREE
15 - 24 May ........................ CHESTNUT TREE
25 May - 3 Jun ........................ ASH TREE
4 - 13 Jun ........................ HORNBEAM TREE
14 - 23 Jun ................ ........ FIG TREE
24 Jun ........................ BIRCH TREE
25 Jun - 4 Jul ........................ APPLE TREE
5 - 14 Jul ........................ FIR TREE
15 - 25 Jul ........................ ELM TREE
26 Jul - 4 Aug ........................ CYPRESS TREE
5 - 13 Aug ........................ POPLAR TREE
14 - 23 Aug ........................ CEDAR TREE
24 Aug - 2 Sep ................... ..... PINE TREE
3 - 12 Sep ........................ WEEPING WILLOW TREE
13 - 22 Sep ........................ LIME TREE
23 Sep ........................ OLIVE TREE
24 Sep - 3 Oct ........................ HAZELNUT TREE
4 - 13 Oct ........................ ROWAN TREE
14 - 23 Oct ........................ MAPLE ! TREE
24 Oct - 11 Nov ........................ WALNUT TREE
12 - 21 Nov ........................ CHESTNUT TREE
22 Nov - 1 Dec ........................ ASH TREE
2 - 11 Dec ........................ HORNBEAM TREE
12 - 21 Dec ........................ FIG TREE
22 Dec ........................ BEECH TREE
เฉลย
APPLE TREE ก็เหมือนๆ กับต้นแอปเปิลนั่นแหละ สวยงาม เต็มไปด้วยเสน่ห์ ดึงดูด เฟิร์ทสุดๆ ชอบผจญภัย ค่อนข้าง อ่อนไหว เลยตกหลุมรักอยู่บ่อยๆ ชอบรักและให้คนอื่นรัก ถ้าเป็นคนรักก็จะเป็นประเภทอบอุ่น มีเมตตา มี ความสามารถพิเศษ และเต็มไปด้วยจินตนาการ
FIR TREE - The Mysterious เป็นคนที่มีรสนิยมแบบไม่ธรรมดา รักศักดิ์ศรี ชอบฝันกลางอากาศ ชอบสิ่งสวยงาม ขี้หงุดหงิดและดื้อรั้นอีก ต่างหาก ออกจะเป็นคนเชื่อในตัวเองมาก จะใส่ใจกับคนที่ใกล้ตัวมากเท่านั้น ถ้าเป็นคนรักก็จะเป็น ประเภทไม่เคยพอ มีคนรักและศัตรูเยอะพอกัน
ELM TREE - The Noble-Mindedness เป็นคนที่มีรูปร่างสวยงาม รสนิยมการแต่งกายดีเยี่ยม ไม่ค่อยจะให้อภัยใครซักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นคนที่ร่าเริง สนุกสนาน ชอบเป็นผู้นำ ไม่ชอบตาม ถ้าเป็นคู่รัก จะเป็นคู่รักที่ซื่อสัตย์ เป็นคนที่มีความคิดทัศนคติที่กว้างไกล สามารถต ัดสินใจแทนคนอื่นได้ เป็นคนที่มีอารมณ์ขัน และอยู่ในโลกของความจริง
CYPRESS TREE - The Faithfulness เป็นคนที่มีความแข็งแกร่ง ปรับตัวเก่ง รับความเป็นจริงของโลกได้ มองโลกในแง่ดี และต้องการเงินที่จะพาตัวเองไปสู่ความรู้ ไม่ชอบความโดดเดี่ยวอ้างว้าง เป็นคู่รักที่มีความต้องการโน่นต้องก ารนี่อยู่ตลอดเวลาไม่เคยพอ แต่ก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์ไว้ใจได้
POPLAR TREE - The Uncertainty ดูเป็นคนที่ชอบการตกแต่ง ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง จะมีแรงกำลังใจก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องสร้างให้มีจริงๆ เป็นคนที่ต้องการความตั้งใจและตั้งมั่นเป็นอย่างมาก ชอบอยู่ในสิ่งแวด ล้อมที่สวยงาม ช่างเลือกเลยมักจะโดดเดี่ยว มีพรสวรรค์ทางด้านศิลปะ ออกไปในทางปรัชญา เป็นคนที่ไว้ใจได้และเป็นคู่รักที่ค่อนข้างเอาจริงเอาจัง ในเรื่องการใช้ชีวิตคู่
CEDAR TREE - The Confidence จะเป็นคนที่มีรูปร่างหน้าตาไม่ค่อยสวย แต่รู้วิธีปรับตัว ชอบ
ความหรูหรา สุขภาพพลานามัยดี ( ข้อทดแทนที่คุ้มค่ากับความไม่สวย) ไม่ค่อยจะมีอาการอาย กระมิดกระเมี้ยน มั่นใจในตัวเอง มุ่งมั่น แต่กลับไม่ค่อยอดทน มีความสามารถพิเศษเยอะ รอคอยรักแท้ และเป็นคนที่ตัดสินใจอะไรได้รวดเร็ว
PINE TREE - The Particularity เป็นคนที่ยอมอะไรได้ง่ายๆ แต่ก็รู้จักวิธีที่จะทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น เป็นคนที่มีความกระตือรือร้นไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับใครได้ง่ายๆ แต่กลับตกหลุมรักง่ายและเลิกง่ายด้วย (แปลกนะ ?)
WEEPING WILLOW TREE - The Melancholy เป็นคนที่สวยงามแต่เต็มไปด้วยความเศร้า ดึงดูดเพศตรงข้าม มีจิตใจเมตตา ชอบทุกสิ่งที่สวยงามและมีรสนิยม ชอบการเดินทาง ช่างฝัน ซื่อสัตย์ ดูเหมือนจะโดนครอบได้ง่าย แต่กลับยากที่จะมีชีวิตร่วมกับคนอื่น เป็นคนที่มีความตั้งมั่น มักจะเจ็บปวดทรมานเพราะความรัก แต่บางครั้งก็มีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์ได้ถ้าเนื้อคู่มี ลักษณะความเป็นผู้นำ
LIME TREE - The Doubt เป็นคนที่ยอม รับความเป็นไปในชีวิต ไม่ค่อยชอบการต่อสู้แข่งขัน ไม่ชอบการเป็นลูกจ้าง ออกจะเป็นคนที่ขี้เกียจ บอบบาง แต่เสียสละเพื่อเพื่อนได้ มีพรสวรรค์และความสามารถเยอะแต่ไม่ดึงออกมาใช้ ชอบบ่นเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ขี้อิจฉา แต่ก็จงรักภักดี
HAZELNUT TREE - The Extraordinary เป็นคนที่มีเสน่ห์ เข้าอกเข้าใจคนอื่น รู้วิธีการที่จะสร้างความประทับใจ กระตือรือร้นที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคม เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น แต่ขี้หงุดหงิด เป็นคนรักที่ซื่อสัตย์ มั่นคงและเที่ยงตรงในการตัดสิน
ROWAN TREE - The Sensitivity เป็นคนที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ร่าเริง มีพรสวรรค์ ไม่เป็นคนที่หลงตัวเอง แต่ชอบเรียกร้องความสนใจ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เป็นคนที่ต้องพึ่งพาคนอื่น แต่ขณะเดียวกันก็อยากเป็นอิสระ มีรสนิยม มีความสามารถทางศิลปะ เป็นเพื่อนที่ดี แต่มักไม่ให้อภัยใครง่ายๆ
MAPLE TREE - Independence of mind เป็นคนที่ไม่ธรรมดาเลย เต็มไปด้วยจินตนาการ ขี้อาย เก็บตัว แต่ทะเยอทะยาน หยิ่ง ชอบมี ประสบการณ์แปลกใหม่ แต่บางครั้งเป็นที่ประหม่า ซับซ้อน มีความทรงจำดีเรียนรู้อะไรได้ง่าย มีชีวิตรักที่ซับซ้อนและชอบสร้างความประทับใจ
WALNUT TREE - The Passion เป็นคนที่มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความตรงกันข้าม เป็นคนที่หลงตัวเอง ก้าวร้าว ไม่เห็นแก่ตัว มีการตอบโต้ที่คาดไม่ถึง มีความทะเยอทะยานไม่มีที่สิ้นสุด โอนอ่อนบ้างในบางครั้ง ขี้อิจฉา ไม่ค่อยอะลุ้มอล่วยอะไรง่าย เป็นจอมวางแผน อัจฉริยะ
CHESTNUT TREE - The Honesty เป็นคนที่สวยแปลกๆ (สวยแบบไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร) เป็นคนที่ไม่คิดจะสร้างจุดสนใจให้กับใคร มีความยุติธรรม เกิดมาเป็นนักการทูต เจรจาพาทีเก่าง แต่เป็นคนขี้โมโหและอ่อนไหว ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในตัวเอง หาคู่แท้ยากมาก
ASH TREE - The Ambition เป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด มีชีวิตชีวา ทำอะไรตามอารมณ์ ไม่ค่อยสนใจกับคำวิจารณ์ ทะเยอทะยาน ฉลาด เต็มไปด้วยความสามารถ เชื่อใจได้ เป็นคนรักที่ค่อนข้างระมัดระวัง ใช้สมองมากกว่าหัวใจในการจัดการกับความรัก แต่ก็ค่อนข้างเอาจริงเอาจังกับการใช้ชีวิตคู่
HORNBEAM TREE - The good taste เก๋ไก๋ มีเสน่ห์ มีรสนิยม ชอบความสะดวกสบายในชีวิต มีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต ขณะเดียวกันอารมณ์ ก็ขึ้นๆ ลงๆ ชอบฝันถึงการมีคนรักแบบประหลาด เลยไม่ค่อยจะแฮปปี้ในชีวิตคู่ ไม่ค่อยไว้ใจคนอื่น และไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง
FIG TREE - The Sensibility เป็นคนเข้มแข็ง มีความตั้งมั่น ไม่ขึ้นกับใคร ไม่ชอบให้ใครต่อต้าน เป็นคนรักครอบครัว รักเด็กและสัตว์เลี้ยง มีอารมณ์ขัน มีความสามารพิเศษและฉลาด
OAK TREE - Robust nature เป็นคนกล้าหาญ เข้าแข็ง รุนแรง ไม่ขึ้นกับใคร ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ปักหลักในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่และเป็นนักปฏิบัติ
BIRCH TREE - The Inspiration เป็นคนมีช ีวิตชีวา ดึงดูดเพศตรงข้าม เป็นมิตร ไม่เสแสร้ง อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ชอบทำอะไรที่เกินตัวชอบชีวิตตามธรรมชาติ รักความสงบ ไม่ค่อยมีอารมณ์รุนแรง ความทะเยอทะยานก็ไม่ค่อยมี เต็มไปด้วยจินตนาการ
OLIVE TREE - The Wiadom เป็นคนอบอุ่น มีเมตตา เป็นคนมีเหตุมีผล มีความอดทนสูง ร่าเริง รักสงบ เป็นคนยุติธรรม ขี้สงสาร ไม่ขี้อิจฉา รักการอ่าน และเป็นเพื่อนของคนที่มีบุคลิกซับซ้อน
BEECH TREE - The Creative เป็นคนมีรสนิยมดี มักจะเป็นพะวงเรื่องการแต่งกายและวัตถุนิยม มีพื้นฐานชีวิตและอาชีพที่ดี มัธยัสถ์ เป็นผู้นำที่ดี มีช่วงเวลาที่วิเศษสุขในชีวิตเสมอ และยังคงความฟิตของร่างกายตลอดเวลา
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552
วันแห่งความรัก
กุมภาพันธ์เป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยความสุขการแสดงถึงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่ เราปรารถนาดีและอยากให้เขามีความสุข และเป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักหรือ Valentine’s Day และวันนี้ยังมีคิวปิด หรือกามเทพ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันวาเลนไทน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คิวปิดเป็นบุตรของวีนัสและมาร์ส แต่ ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส ภาพของ คิวปิดที่มนุษย์โลกปัจจุบันได้รู้จักก็คือภาพเด็กน้อยที่ถือคันธนูและลูกศร มีหน้าที่ยิงศรรักให้ปักใจคน ปัจจุบัน คิวปิดและธนูของเขากลายมาเป็นเครื่องหมายแห่งความรักที่เป็นที่รู้จัก มากที่สุด และความรักของเขามีกล่าวถึงบ่อยในภาพของ การยิงศรรัก ระหว่าง หัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า ศรรักคิวปิด เราจึงมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยว กับประวัติความเป็นมาและความสำคัญ ของวันนี้กัน
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” . วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมาย ของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
วาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการ ปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความ เจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่ เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่ง บัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความ ก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ประวัติ วันวาเลนไทน์นี้ เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา จนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียง หนึ่งในหลายๆเรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติ ที่แท้จริง จะเป็นอย่างไรก็ตาม ใน ปัจจุบัน นี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็น วันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยที เดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและ การ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษ ของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึก ดีๆให้แก่กัน...
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” . วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมาย ของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
วาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการ ปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความ เจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่ เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่ง บัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความ ก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ประวัติ วันวาเลนไทน์นี้ เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา จนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียง หนึ่งในหลายๆเรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติ ที่แท้จริง จะเป็นอย่างไรก็ตาม ใน ปัจจุบัน นี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็น วันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยที เดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและ การ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษ ของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึก ดีๆให้แก่กัน...
วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552
10 การทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ
10 การทดลองวิทยาศาสตร์ง่ายๆ
1. ออกซิเจนช่วยให้ไฟติด วิธีทำการทดลอง นำเทียนไขมา 1 แท่ง แก้วน้ำ 1 ใบ ไม้ขีดไฟ 1 กลัก แล้วจุดเทียนไข ให้ติดไฟ ตั้งเทียนไว้ให้มั่นคง จากนั้นเอาแก้วน้ำ มาครอบเทียนไข ที่จุดไว้ ให้ทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราใช้แก้ว ครอบเทียนไข ลักษณะของเปลวไฟ จะค่อยหรี่ลงๆ จนในที่สุดเทียนไขจะดับ เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ในอากาศมี ออกซิเจนอยู่ ซึ่งออกซิเจน มีคุณสมบัติที่ ช่วยในการติดไฟ เมื่อเราครอบแก้วลงไป เทียนไขจะสามารถ ส่องสว่าง ต่อไปได้อีกสักครู่หนึ่ง จนเมื่อออกซิเจน ถูกเผาไหม้หมด เทียนไข ก็จะดับลงทันที
2. แสงเดินทางเป็นเส้นตรง วิธีทำการทดลอง หากระดาษแข็งมา 3 แผ่น แล้วเจาะรูตรงกลางทุกแผ่น จากนั้นนำกระดาษ ทั้ง 3 แผ่น มาเรียงให้รูตรงกลาง อยู่ตรงกัน จุดเทียนไข 1 แท่ง ให้ติดไฟ ตั้งไว้หลังแผ่นกระดาษทั้ง 3 แผ่น ให้พอมองผ่านรูในกระดาษทั้ง 3 แผ่นได้ แล้วลองขยับกระดาษแผ่นใดแผ่นหนึ่ง โดยพยายามไม่ให้รูตรงกัน ให้ทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อรูกระดาษในกระดาษ อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน เราก็จะสามารถ มองเห็นเทียนไขได้ เมื่อเราขยับ แผ่นกระดาษ แผ่นใดแผ่นหนึ่ง เราจะไม่สามารถมองเห็น แสงของเทียนไขได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ คุณสมบัติของแสง ที่เดินทาง เป็นเส้นตรงเสมอ
3. อากาศมีตัวตนและมีแรงดัน วิธีทำการทดลอง หาลูกโป่งมา 1 ลูก วางไว้บนโต๊ะ แล้วหาหนังสือเล่มหนาๆ มาวางทับ บนลูกโป่ง จากนั้นให้เป่าลูกโป่ง ให้พองตัวขึ้นทีละน้อยๆ แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราเป่าลูกโป่ง ให้พองตัวขึ้น ทีละน้อย ลูกโป่งจะสามารถ ยกหนังสือขึ้นได้ ยิ่งเป่าลมเข้าไปมากเท่าใด หนังสือก็จะถูกยกสูง มากขึ้นเท่านั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ อากาศมีตัวตนและมีแรงดัน
4. การทดลองว่าไข่ดีหรือเน่า วิธีทำการทดลอง นำแก้วน้ำมา 2 ใบ ใส่น้ำลงไปพอสมควร แล้วนำไข่ดีมา 1 ฟอง ไข่เสียมา 1 ฟอง จากนั้นนำไข่ดี ใส่ลงไปในแก้วใบที่ 1 และนำไข่เสีย ใส่ลงไปในแก้วใบที่ 2 แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า ไข่ที่ใส่ลงไป ในแก้วใบที่ 1 นั้นจะจมน้ำ ไข่ที่ใส่ลงไป ในแก้วใบที่ 2 นั้นจะลอยน้ำได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ในไข่เสีย จะมีฟองอากาศที่ เกิดจากการเน่าเสียอยู่ ไข่เสียจึงลอยน้ำได้ ส่วนไข่ดี ไม่มีฟองอากาศ จึงจมน้ำ
5. เสียงสะท้อนได้ วิธีทำการทดลอง ถ้าที่บ้านใคร มีตุ่มใส่น้ำใบใหญ่ๆหน่อย ก็จะทำการทดลองนี้ได้ โดยลองส่งเสียง ตะโกนใส่เข้าไป ในตุ่มน้ำ แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราส่งเสียงตะโกนเข้าไป ในตุ่มน้ำ จะมีเสียงสะท้อนกลับออกมา เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเสียงสามารถสะท้อนได้ เมื่อตกกระทบวัตถุหรือผนังต่างๆ
6. จรวดทำงานอย่างไร วิธีทำการทดลอง หาลูกโป่งมา 1 ใบ เป่าลมให้ลูกโป่ง พองตัวจนเต็มขนาด แล้วใช้มือจับปากลูกโป่งไว้ ไม่ให้ลมออก จากนั้นหันทิศทาง ของมือที่จับลูกโป่ง ไปทางทิศที่ต้องการ จะให้ลูกโป่งพุ่ง ออกไป แล้วปล่อยมือ ที่จับลูกโป่งออกผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราปล่อยมือ ที่จับลูกโป่งออก ลูกโป่งจะพุ่งไปทางด้าน ที่อยู่ตรงข้าม กับปากลูกโป่ง เนื่องจากแรงดันของอากาศ ที่ออกมาทางปากลูกโป่ง จะผลักดันให้ลูกโป่งเคลื่อนที่ไป เป็นหลักการ เดียวกันกับเครื่องบิน ไอพ่นและจรวดใช้ ลักษณะแรงดัน ดังกล่าวสามารถ ใช้ได้ทั้งในที่มีอากาศ และในภาวะสูญญากาศ เช่น การทำงานของจรวด ในอวกาศ
7. ต้นไม้คายน้ำ วิธีทำการทดลอง หาต้นไม้มา 1 กระถาง ใช้ถุงพลาสติกชนิดใส ห่อหุ้มกิ่งไม้และใบ ไว้ทั้งหมด ใช้เชือกมัดด้านล่างไว้ นำไปวางไว้กลางแดด สักประมาณหนึ่งชั่วโมง แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า หลังจากตั้งทิ้งไว้กลางแดด จะมีละอองน้ำเล็กๆ เกาะอยู่ที่ถุงพลาสติกด้านใน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ต้นไม้คายน้ำออกมา
8. การกระจายตัวของน้ำร้อนและน้ำเย็น วิธีทำการทดลอง นำแก้วมาใส่น้ำ 2 ใบ ใบที่ 1 ใส่น้ำร้อนที่เพิ่งเดือดมาใหม่ๆ ลงไป ส่วนใบที่ 2 ใส่น้ำที่เย็นจัด ลงไป จากนั้นให้หยดสีแดงลงไป แก้วละ 1 หยด แล้วทำการสังเกต การกระจายของสี แล้วบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า แก้วที่ใส่น้ำร้อน จะมีการกระจายตัวของสี ได้เร็วกว่า แก้วที่ใส่น้ำเย็น เพราะว่าโมเลกุล ของน้ำร้อน จะเคลื่อนกระจายตัวได้เร็ว กว่าของน้ำเย็น
9. การเกิดฝน วิธีทำการทดลอง หากาต้มน้ำมา 1 ใบ ทำการต้มน้ำให้เดือด แล้วหาฝาหม้อ ที่ถูกนำไป แช่ในตู้เย็นจนเย็น นำมาอังไว้ บริเวณ ปากของกาต้มน้ำ ให้ไอน้ำ สัมผัสกับ ฝาหม้อผลการทดลอง จะพบว่า เกิดหยดน้ำขึ้นที่ฝาหม้อ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะไอน้ำ เมื่อได้รับความเย็น ก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ซึ่งเป็นหลักการ เดียวกันกับ การเกิดฝน ซึ่งก้อนเมฆ ก็คือไอน้ำนั่นเอง เมื่อกระทบความเย็น ก็จะกลั่นตัว ตกลงมาเป็นฝน
10. ไข่ลอยในน้ำเกลือ วิธีทำการทดลอง นำแก้วมา 1 ใบ ใส่น้ำลงไปค่อนแก้ว แล้วเอาไข่ ที่ยังไม่เสียมา 1 ฟอง ใส่ลงไปในแก้วน้ำนั้น สังเกต ว่าไข่ลอยขึ้นมาหรือไม่ แล้ว บันทึกผล การทดลอง จากนั้น นำไข่ออกจากแก้ว เอาเกลือใส่ลงไปในแก้วน้ำ ประมาณ 4-5 ช้อน ใช้ช้อนคน ให้เกลือละลายน้ำ แล้วลองเอาไข่ใส่ ในแก้วอีกครั้ง สังเกต ว่าไข่ลอยขึ้นมาหรือไม่ แล้ว บันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราใส่ไข่ลงไป ในแก้วที่เป็น น้ำธรรมดา ไข่จะจม แต่เมื่อเรา ใส่ไข่ลงไปใน น้ำเกลือ ไข่จะลอยน้ำได้ สาเหตุเป็นเพราะน้ำเกลือ มีความเข้มข้น กว่าน้ำ จึงพยุงไข่ให้ลอยได้
1. ออกซิเจนช่วยให้ไฟติด วิธีทำการทดลอง นำเทียนไขมา 1 แท่ง แก้วน้ำ 1 ใบ ไม้ขีดไฟ 1 กลัก แล้วจุดเทียนไข ให้ติดไฟ ตั้งเทียนไว้ให้มั่นคง จากนั้นเอาแก้วน้ำ มาครอบเทียนไข ที่จุดไว้ ให้ทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราใช้แก้ว ครอบเทียนไข ลักษณะของเปลวไฟ จะค่อยหรี่ลงๆ จนในที่สุดเทียนไขจะดับ เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ในอากาศมี ออกซิเจนอยู่ ซึ่งออกซิเจน มีคุณสมบัติที่ ช่วยในการติดไฟ เมื่อเราครอบแก้วลงไป เทียนไขจะสามารถ ส่องสว่าง ต่อไปได้อีกสักครู่หนึ่ง จนเมื่อออกซิเจน ถูกเผาไหม้หมด เทียนไข ก็จะดับลงทันที
2. แสงเดินทางเป็นเส้นตรง วิธีทำการทดลอง หากระดาษแข็งมา 3 แผ่น แล้วเจาะรูตรงกลางทุกแผ่น จากนั้นนำกระดาษ ทั้ง 3 แผ่น มาเรียงให้รูตรงกลาง อยู่ตรงกัน จุดเทียนไข 1 แท่ง ให้ติดไฟ ตั้งไว้หลังแผ่นกระดาษทั้ง 3 แผ่น ให้พอมองผ่านรูในกระดาษทั้ง 3 แผ่นได้ แล้วลองขยับกระดาษแผ่นใดแผ่นหนึ่ง โดยพยายามไม่ให้รูตรงกัน ให้ทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อรูกระดาษในกระดาษ อยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน เราก็จะสามารถ มองเห็นเทียนไขได้ เมื่อเราขยับ แผ่นกระดาษ แผ่นใดแผ่นหนึ่ง เราจะไม่สามารถมองเห็น แสงของเทียนไขได้ เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ คุณสมบัติของแสง ที่เดินทาง เป็นเส้นตรงเสมอ
3. อากาศมีตัวตนและมีแรงดัน วิธีทำการทดลอง หาลูกโป่งมา 1 ลูก วางไว้บนโต๊ะ แล้วหาหนังสือเล่มหนาๆ มาวางทับ บนลูกโป่ง จากนั้นให้เป่าลูกโป่ง ให้พองตัวขึ้นทีละน้อยๆ แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราเป่าลูกโป่ง ให้พองตัวขึ้น ทีละน้อย ลูกโป่งจะสามารถ ยกหนังสือขึ้นได้ ยิ่งเป่าลมเข้าไปมากเท่าใด หนังสือก็จะถูกยกสูง มากขึ้นเท่านั้น เหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ อากาศมีตัวตนและมีแรงดัน
4. การทดลองว่าไข่ดีหรือเน่า วิธีทำการทดลอง นำแก้วน้ำมา 2 ใบ ใส่น้ำลงไปพอสมควร แล้วนำไข่ดีมา 1 ฟอง ไข่เสียมา 1 ฟอง จากนั้นนำไข่ดี ใส่ลงไปในแก้วใบที่ 1 และนำไข่เสีย ใส่ลงไปในแก้วใบที่ 2 แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า ไข่ที่ใส่ลงไป ในแก้วใบที่ 1 นั้นจะจมน้ำ ไข่ที่ใส่ลงไป ในแก้วใบที่ 2 นั้นจะลอยน้ำได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ในไข่เสีย จะมีฟองอากาศที่ เกิดจากการเน่าเสียอยู่ ไข่เสียจึงลอยน้ำได้ ส่วนไข่ดี ไม่มีฟองอากาศ จึงจมน้ำ
5. เสียงสะท้อนได้ วิธีทำการทดลอง ถ้าที่บ้านใคร มีตุ่มใส่น้ำใบใหญ่ๆหน่อย ก็จะทำการทดลองนี้ได้ โดยลองส่งเสียง ตะโกนใส่เข้าไป ในตุ่มน้ำ แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราส่งเสียงตะโกนเข้าไป ในตุ่มน้ำ จะมีเสียงสะท้อนกลับออกมา เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะเสียงสามารถสะท้อนได้ เมื่อตกกระทบวัตถุหรือผนังต่างๆ
6. จรวดทำงานอย่างไร วิธีทำการทดลอง หาลูกโป่งมา 1 ใบ เป่าลมให้ลูกโป่ง พองตัวจนเต็มขนาด แล้วใช้มือจับปากลูกโป่งไว้ ไม่ให้ลมออก จากนั้นหันทิศทาง ของมือที่จับลูกโป่ง ไปทางทิศที่ต้องการ จะให้ลูกโป่งพุ่ง ออกไป แล้วปล่อยมือ ที่จับลูกโป่งออกผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราปล่อยมือ ที่จับลูกโป่งออก ลูกโป่งจะพุ่งไปทางด้าน ที่อยู่ตรงข้าม กับปากลูกโป่ง เนื่องจากแรงดันของอากาศ ที่ออกมาทางปากลูกโป่ง จะผลักดันให้ลูกโป่งเคลื่อนที่ไป เป็นหลักการ เดียวกันกับเครื่องบิน ไอพ่นและจรวดใช้ ลักษณะแรงดัน ดังกล่าวสามารถ ใช้ได้ทั้งในที่มีอากาศ และในภาวะสูญญากาศ เช่น การทำงานของจรวด ในอวกาศ
7. ต้นไม้คายน้ำ วิธีทำการทดลอง หาต้นไม้มา 1 กระถาง ใช้ถุงพลาสติกชนิดใส ห่อหุ้มกิ่งไม้และใบ ไว้ทั้งหมด ใช้เชือกมัดด้านล่างไว้ นำไปวางไว้กลางแดด สักประมาณหนึ่งชั่วโมง แล้วทำการสังเกต และบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า หลังจากตั้งทิ้งไว้กลางแดด จะมีละอองน้ำเล็กๆ เกาะอยู่ที่ถุงพลาสติกด้านใน สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะ ต้นไม้คายน้ำออกมา
8. การกระจายตัวของน้ำร้อนและน้ำเย็น วิธีทำการทดลอง นำแก้วมาใส่น้ำ 2 ใบ ใบที่ 1 ใส่น้ำร้อนที่เพิ่งเดือดมาใหม่ๆ ลงไป ส่วนใบที่ 2 ใส่น้ำที่เย็นจัด ลงไป จากนั้นให้หยดสีแดงลงไป แก้วละ 1 หยด แล้วทำการสังเกต การกระจายของสี แล้วบันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า แก้วที่ใส่น้ำร้อน จะมีการกระจายตัวของสี ได้เร็วกว่า แก้วที่ใส่น้ำเย็น เพราะว่าโมเลกุล ของน้ำร้อน จะเคลื่อนกระจายตัวได้เร็ว กว่าของน้ำเย็น
9. การเกิดฝน วิธีทำการทดลอง หากาต้มน้ำมา 1 ใบ ทำการต้มน้ำให้เดือด แล้วหาฝาหม้อ ที่ถูกนำไป แช่ในตู้เย็นจนเย็น นำมาอังไว้ บริเวณ ปากของกาต้มน้ำ ให้ไอน้ำ สัมผัสกับ ฝาหม้อผลการทดลอง จะพบว่า เกิดหยดน้ำขึ้นที่ฝาหม้อ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะไอน้ำ เมื่อได้รับความเย็น ก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ซึ่งเป็นหลักการ เดียวกันกับ การเกิดฝน ซึ่งก้อนเมฆ ก็คือไอน้ำนั่นเอง เมื่อกระทบความเย็น ก็จะกลั่นตัว ตกลงมาเป็นฝน
10. ไข่ลอยในน้ำเกลือ วิธีทำการทดลอง นำแก้วมา 1 ใบ ใส่น้ำลงไปค่อนแก้ว แล้วเอาไข่ ที่ยังไม่เสียมา 1 ฟอง ใส่ลงไปในแก้วน้ำนั้น สังเกต ว่าไข่ลอยขึ้นมาหรือไม่ แล้ว บันทึกผล การทดลอง จากนั้น นำไข่ออกจากแก้ว เอาเกลือใส่ลงไปในแก้วน้ำ ประมาณ 4-5 ช้อน ใช้ช้อนคน ให้เกลือละลายน้ำ แล้วลองเอาไข่ใส่ ในแก้วอีกครั้ง สังเกต ว่าไข่ลอยขึ้นมาหรือไม่ แล้ว บันทึกผล การทดลองผลการทดลอง จะพบว่า เมื่อเราใส่ไข่ลงไป ในแก้วที่เป็น น้ำธรรมดา ไข่จะจม แต่เมื่อเรา ใส่ไข่ลงไปใน น้ำเกลือ ไข่จะลอยน้ำได้ สาเหตุเป็นเพราะน้ำเกลือ มีความเข้มข้น กว่าน้ำ จึงพยุงไข่ให้ลอยได้
ป้ายกำกับ:
ให้คำขอบคุณกับhttp://jove.prohosting.com
ชะเง้อคอย.....ฝนดาวตก
ฝนดาวตกในปี 2552 ประกอบด้วย
-ฝนดาวตกควอดแดรนต์ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 มกราคม
-ฝนดาวตกพิณ หรือฝนดาวตกไลริดส์ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 เมษายน
-ฝนดาวตกอีตาคนแบกหม้อน้ำ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม
-ฝนดาวตกเดลตาคนแบกหม้อน้ำ ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม
-ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส หรือฝนดาวตกวันแม่ เกิดขึ้นวันที่ 12-13 สิงหาคม
-ฝนดาวตกนายพราน ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม
แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ฝนดาวตกสิงโต หรือฝนดาวตกลีโอนิดส์ ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน คาดว่า จะมีอัตราการตกประมาณ 60 ดวงต่อชั่วโมง สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ 24.00 น. เป็นต้นไป
-เดือนธันวาคมยังมีฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกคนคู่ ระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม โดยมีอัตราการตกประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง มองเห็นตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเช่นกัน ทั้งนี้ ไม่ควรพลาดชมฝนดาวตกทั้งสองชนิด เนื่องจากช่วงเวลาที่เกิดขึ้นไม่มีแสงจันทร์รบกวน
-ฝนดาวตกควอดแดรนต์ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 มกราคม
-ฝนดาวตกพิณ หรือฝนดาวตกไลริดส์ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 เมษายน
-ฝนดาวตกอีตาคนแบกหม้อน้ำ เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 พฤษภาคม
-ฝนดาวตกเดลตาคนแบกหม้อน้ำ ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม
-ฝนดาวตกเพอร์ซิอัส หรือฝนดาวตกวันแม่ เกิดขึ้นวันที่ 12-13 สิงหาคม
-ฝนดาวตกนายพราน ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม
แต่ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ฝนดาวตกสิงโต หรือฝนดาวตกลีโอนิดส์ ระหว่างวันที่ 17-18 พฤศจิกายน คาดว่า จะมีอัตราการตกประมาณ 60 ดวงต่อชั่วโมง สามารถมองเห็นได้ตั้งแต่ 24.00 น. เป็นต้นไป
-เดือนธันวาคมยังมีฝนดาวตกเจมินิดส์ หรือฝนดาวตกคนคู่ ระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม โดยมีอัตราการตกประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง มองเห็นตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเช่นกัน ทั้งนี้ ไม่ควรพลาดชมฝนดาวตกทั้งสองชนิด เนื่องจากช่วงเวลาที่เกิดขึ้นไม่มีแสงจันทร์รบกวน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
